ฟรีกับ Pro ต่างกันยังไง
เวอร์ชันฟรีของ Extract Audio Now ใช้เครื่องมือได้ครบทุกตัว — แปลง บีบ แยกเสียง รวม ตัด ปรับความเร็ว ปรับสัดส่วน สร้าง GIF ไม่ขาดสักตัว ความต่างเดียวคือโฆษณา: เวอร์ชันฟรีแสดงแบนเนอร์โฆษณา (IAB Medium Rectangle 300×250) ในสามหน้า — หน้าหลัก ประวัติ และตั้งค่า; เวอร์ชัน Pro ลบแบนเนอร์โฆษณาออกทั้งหมด
ฟรีใช้อะไรได้บ้าง
- ครบทั้ง 8 เครื่องมือ ไม่จำกัดฟังก์ชัน
- ครบทั้ง 11 รูปแบบวิดีโอเอาต์พุต
- ครบทั้ง 6 รูปแบบเสียงเอาต์พุต
- แยกเสียงสูงสุด 20 คลิปต่อครั้ง; แปลง/บีบ/รวมเลือกหลายคลิปได้ (ไม่มีเพดานแข็ง); ปรับความเร็ว/ตัด/ปรับสัดส่วน/GIF ทำทีละคลิป
- บันทึกประวัติ ฉบับร่างอัตโนมัติ
- ข้อจำกัดเดียว: มีแบนเนอร์โฆษณาในสามหน้า
Pro เพิ่มอะไร
- ไม่มีแบนเนอร์โฆษณา — ตั้งค่าเสร็จออกผลเลย
- สมัครสมาชิกแบบต่ออายุอัตโนมัติผ่าน App Store
แค่นั้น Pro ไม่มี "เครื่องมือขั้นสูง" "คุณภาพสูง" "เร็วขึ้น" — ทุกฟีเจอร์มีในเวอร์ชันฟรีครบ Pro แค่ลบโฆษณา
ใครเหมาะสมัคร
- ผู้ใช้หนัก — ประมวลผลหลายคลิปทุกวัน โฆษณาสะสมเสียเวลาชัดเจน
- งานอาชีพ — บันทึกหน้าจอ ตัดต่อ ผลิตคอนเทนต์ ไม่อยากให้โฆษณาขัดจังหวะ
- ใส่ใจประสบการณ์ — ชอบความเรียบร้อย ไม่อยากรอ "ดู 5 วินาทีก่อน"
ใครไม่จำเป็นต้องสมัคร
- ใช้นาน ๆ ที — เดือนละสองสามครั้ง โฆษณาไม่กระทบเท่าไหร่
- สมัครเครื่องมือวิดีโออื่นอยู่แล้ว — ฟีเจอร์หลักของ Pro เวอร์ชันฟรีครอบคลุม
- ไม่ซีเรียสเรื่องแบนเนอร์โฆษณา — หน้าหลักมีโฆษณา 300×250 ก็ได้
ราคาสมัครสมาชิก
Pro เป็นการสมัครสมาชิกแบบต่ออายุอัตโนมัติ ผ่าน Apple App Store ราคาเฉพาะแสดงในหน้าแอปใน App Store ต่างกันเล็กน้อยตามภูมิภาคและภาษีที่เกี่ยวข้อง ยกเลิกได้ทุกเมื่อในการตั้งค่าการสมัครของ App Store ยกเลิกแล้วใช้ต่อจนครบรอบปัจจุบัน ไม่ต่ออายุ
กู้คืนการซื้อยังไง
เปลี่ยนมือถือใหม่หรือติดตั้งแอปใหม่ เข้าสู่ระบบด้วย Apple ID เดิม ในหน้าตั้งค่ากด "กู้คืนการซื้อ" การสมัครจะตามมากับบัญชี การสมัครผูกกับ Apple ID โอนระหว่าง Apple ID ไม่ได้